เกิดเหตุสะเทือนใจกลางป่า เมื่อชายวัย 37 ปี บุกทำร้ายร่างกายภรรยาวัย 17 ปี และแม่ยายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าปูดบวมทั้งคู่ ก่อนจนมุมถูกตำรวจรวบตัวได้ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 500 เมตร สารภาพพึ่งเสพยาบ้าและดื่มสุราเป็นประจำ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหญิงวัย 17 ปี ได้หนีออกจากบ้านเนื่องจากทนพฤติกรรมชอบตบตีของสามีไม่ไหว โดยในวันเกิดเหตุ ฝ่ายหญิงและมารดาอายุ 33 ปี ได้พากันออกไปหารังต่อในป่าเพื่อประทังชีวิต ก่อนที่สามีวัย 37 ปี จะตามมาพบจนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

ผู้ก่อเหตุได้บันดาลโทสะใช้กำปั้นชกต่อยสองแม่ลูกอย่างทารุณ โดยฝ่ายภรรยาถูกชกเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ทั้งที่ในอ้อมแขนกำลังอุ้มลูกน้อยวัยเพียง 6 เดือนอยู่ ก่อนจะประคองร่างวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกนั้น ขณะที่ผู้เป็นแม่ยายอาการสาหัสกว่า มีบาดแผลฉกรรจ์และมีเลือดไหลทะลักออกมาจากหูขวา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 500 เมตร จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือจริง โดยอ้างว่าเกิดความไม่พอใจที่แม่ยายพูดจาดูถูกเรื่องที่ตนไม่มีงานทำ ประกอบกับถูกขู่ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ จึงเกิดความโมโหชกไป 3-4 ครั้ง นอกจากนี้ยังยอมรับว่าพึ่งเสพยาบ้ามาเมื่อ 3 วันก่อน และดื่มสุราเป็นประจำ พร้อมลั่นวาจาว่า “ไม่ขอโทษใคร แต่ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ”

“ตอนที่ตนถูกทำร้ายในป่า ตอนนั้นลูกสาวอุ้มลูกอยู่ไม่ห่างกัน แต่ลูกเขยไม่เห็น เมื่อตั้งสติได้ก็วิ่งหนีออกจากป่า มาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เมื่อลูกเขยเห็นลูกสาวตนก็เข้าไปทำร้ายลูกสาวตนอีก เมื่อมีคนมาเยอะขึ้น ลูกเขยก็เดินหนีไป ที่ผ่านมาเคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้ว ลูกเขยชอบทำร้ายลูกสาวตน ตนก็ไปห้ามปราม จนลูกสาวหนีกลับมาหาตนเมื่อวาน เขาคงจะผูกใจเจ็บ และตามมาหาเรื่องวันนี้ เขาทำร้ายลูกสาวตนบ่อยมาก วันนี้ก็มาทำร้ายตนอีก วันนี้ตนไม่ยอมแล้ว จะเอาเรื่องจนถึงที่สุด” – น.ส.ณีฯ แม่ยายกล่าว
เบื้องต้น หลังจากนั้นอาสากู้ภัยฯ ได้ปฐมพยาบาลก่อนนำตัวสองแม่ลูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และแนะนำให้สองแม่ลูกขอใบตรวจร่างกาย เพื่อนำมาแจ้งความกับร้อยเวรเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอุดรธานีในภายหลัง ส่วนนายแมนตำรวจได้นำตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายจนได้บาดเจ็บ และจะทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่มา สารพันข่าวอุดรธานี